Your browser (Internet Explorer 6) is out of date. It has known security flaws and may not display all features of this and other websites. Learn how to update your browser.
X
Post

I can’t love you vs. I can’t not love you.

สวัสดีครับทุกคน – ผม ดร.สิระ สุทธิคำ

ช่วงนี้ผมมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องความรักเข้ามาอยู่เรื่อยๆ เลยนะครับ สงสัยต้องเปลี่ยนชื่อจาก ดร. “สิระ” เป็น ดร. “ศิราณี” แล้วกระมั่งครับ

Q: ถึง ดร.สิระ คือว่ามีคำถามมาถามอ่ะค่ะอาจเป็นคำถามบื้อๆบ้าง แต่ก็ช่วยตอบทีนะคะ

  • ประโยคที่ว่า I can’t love you. vs. I can’t not love you ต่างกันใช่มั้ยคะ ? ประโยคแรกแปลว่าฉันไม่สามารถรักคุณได้อีกประโยคแปลว่าฉันไม่สามารถไม่รักคุณได้ ถูกมั้ยคะ? แล้วคุยกันอีกค่ะ  ^____________^


  • คำว่า truth me กับ believe me ต่างกันยังใงอ่ะคะ? คุณรังสิมา แซ่ซิ้ม

หากคุณรังสิมายิ้มจนแก้มปริขนาดนี้ไม่ตอบก็คงไม่ได้แล้วนะครับ


Q1. I can’t love you vs. I can’t not love you.

ครับ I can’t love you. = ฉันไม่สามารถรักคุณได้ เนื่องจากฉันมีคนอื่นอยู่ หรือเธอดีเกินไป – คำพูดน้ำเน่าทีมักจะใช้พูดเวลาชายหนุ่มกับหญิงสาวจะเลิกกันนะครับ ก็เลยพูดว่า “ฉันไม่คู่ควรกับเธอเพราะเธอดีเกินไปสำหรับฉัน”

และ I can’t not love you. = ฉันไม่มีทางที่จะไม่รักคุณ เพราะคุณเป็นคนดีที่สุดสำหรับฉัน ฉันจึงไม่สามารถปฎิเสธที่จะรักคุณได้ครับ

เพิ่มเติมครับ หากพอจะนึกถึงเพลงของ Michael Jackson ได้ที่มีประโยคว่า “I just can’t stop loving you.” นี้ก็คือการใช้เทคนิค double negative ซึ่งแปลว่า “ฉันไม่สามารถหยุดรักเธอได้” หรือ “ฉันจะรักเธอตลอดกาล”


[flv:http://www.englishthailand.com/wp-content/uploads/2008/11/i-can-not-stop-loving-you.flv http://www.englishthailand.com/wp-content/uploads/2008/11/i-can-not-stop-loving-you-jpg.jpg 455 344]

 

Q2. truth me vs. believe me

คุณรังสิมาคงจะหมายถึงคำว่า “trust me” ใช่ไหมครับ?

trust = ความเชื่อถือ, ไว้ใจ, และความมั่นใจครับ
believe = เชื่อ, มั่นใจ, ศรัทธา และ เลื่อมใส


เราจะเห็นว่าคำว่า “trust” นี้เราใช้กับสิ่งของที่เป็นทางการเช่นบริษัทการเงินที่จัดตั้งขึ้นเราก็ เรียกว่า Trust แต่ไฉนมันจึงล้มบ่อยก็ไม่รู้ ส่วนคำว่า “believe” เราจะใช้กับของที่เป็นทางการน้อยกว่าหน่อยหรือที่เรามีความมั่นใจที่น้อย กว่าเช่นรายการ “Ripley’s Believe It or Not” – รายการที่จะพาเราไปชมสิ่งเหลือเชื่อทั่วโลก

หากแต่คำทั้งสองเมื่อใช้งานจริงแล้วในภาษาพูดจะไม่ความหมายที่แตกต่างกันนะหรอกครับ Trust me – Believe me!

แล้วคุยกันอีกครับ

ดร.สิระ สุทธิคำ


ช่วยคลิก “Tweet”, “Shared” หรือ “Like” ให้ผมด้วย ขอบคุณครับ 🙂

  • ขอบคุณค่ะอาจารย์ นำไปใช้ประโยชน์ได้ค้ะ

    wara jitchopkha

    April 26, 2011

  • สวัสดีครับ.tipเล็กๆน้อยแต่ได้สาระประโยชน์ดี ส่วนในภาษาอังกฤษมันมีรายละเอียดมาก ผมเองก็งูๆปลาๆแต่ก็ชอบภาษาอังกฤษอยู่บ้างเรียนรู้ด้วยตนเองล่ะครับ.

    charoen dondand

    April 26, 2011

  • ชอบบทเรียนอาจารย์มากเลยที่มีคนถามแล้วตอบบทเรียนเพื่อคนอื่นๆขอบคุรอาจารย์มากคะ

    ลดาวัลย์

    April 26, 2011

  • @คุณลดาวัลย์ ยินดีที่ได้ประโยชน์ครับ ผมเองก็แน่ใจว่าหากคุณลดาวัลย์ก็จะทำอย่างเดียวกับผมนะครับ หากมีจังหวะสามารถสนับสนุนผมหรือโรงเรียนได้ ติดต่อ 02-245-6355

    sira123

    April 26, 2011

  • ได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกและมีคำถามด้วยที่ว่าระหว่าง alot of , much , many ใช้ต่างกันอย่างไร เช่น alot of work หรือ much work หรือ many work ตอบด้วยค่ะอาจารย์

    ศิรดา

    April 26, 2011

  • much ใช้กับคำ noun นับไม่ได้
    many ใช้กับคำ noun นับได้
    a lot of ใช้ได้ทั้งคำ noun นับได้และนับไม่ได้

    sira123

    April 26, 2011

  • Thanks. so much

    kerokung

    April 27, 2011

  • กำลังต้องการใช้พอดีเลยค่ะอาจารย์ขอบคุณมากค่ะ

    Sutthikamol

    April 27, 2011

  • ขอบคุณค่ะ อาจารย์เป็นประโยชน์มากค่ะ

    prattana

    April 28, 2011

  • สงสัยเกี่ยวกับการใช้คำว่า have ที่แปลว่า “มี” กับประธานเอกพจน์ค่ะ เช่น she has the car. หรือ she have the car. เขาใช้คำไหนกันแน่ค่ะอาจารย์ รบกวนหน่อยน่ะค่ะ ขอ[คุณมากค่ะ

  • @อรทัย She มากับ has ครับ

    sira123

    May 3, 2011

  • ^o^ เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะสำหรับ tip

    ant

    April 30, 2011

  • I can’t not read your lesson.

    loukhuak

    August 19, 2011

  • คุณ Loukhuak,
    ลองปรับตัวอักษรหรือยังครับ ไปที่ View>>Source ดูนะครับ

    sira123

    August 23, 2011

Leave a comment  

name*

email*

website

Submit comment