Your browser (Internet Explorer 6) is out of date. It has known security flaws and may not display all features of this and other websites. Learn how to update your browser.
X

Archive for November, 2011

Articles

TOEFL 04: เรียนเรื่อง idiom ได้ที่ไหน?

วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่อง idiom หรือสำนวน ซึ่งผมหวังว่ามันจะ “short and sweet” สำหรับทุกคนและในขณะเดียวกันก็จะถือโอกาสนี้แนะนำเครื่องมือหลายประเภทเพื่อที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับ idiom ครับ

เครื่องมือที่ใช้ในการเรียน idiom หรือสำนวน

  • IdiomSite มี idiom จำนวนมากให้สามารถเลือกศึกษาได้จาก A-Z ณ.วันที่ผม review website นี้มีเนื้อหาที่น่าสนใจหากแต่รูปแบบดูไม่น่าตื่นเต้นหรือเป็นมืออาชีพเท่าที่ควรครับ คาดว่าจะมีการพัฒนาเพิ่มเติมเร็วๆนี้นะครับ
  • Idiomconnection เป็น website ที่น่าสนใจขึ้นกว่าอันแรกเพราะผู้เรียนสามารถ interact กับข้อสอบเล็กได้
  • TheFreeDictionary (ดร.สิระ-แนะนำ) หลายคนคงเคยเห็นและรู้จักกับ website นี้มาก่อนในฐานะ website ที่เป็น dictionary online หรือไม่ก็เป็นที่ให้ content ที่เราสามารถนำไปปะใน website ของเราได้เช่น Word of the Day หากแต่มีหนึ่ง feature ที่ program สามารถทำได้ก็คือการแปลความหมายสำหรับ idiom ครับ ผู้ให้บริการได้อ้างว่าได้รวบรวมสำนวนภาษาอังกฤษไว้มากที่สุดในโลกแล้ว ไม่เชื่อก็ต้องลองแล้วครับ  😀

ทิปสำหรับการใช้งานของ TheFreeDictionary

  1. อย่าลืม click ที่ tab เพื่อเลือก idioms ก่อนนะครับ
  2. ลองค้นหาสำนวนที่ว่า “Still waters run deep” ดูสิครับ
  3. และถ้าหากเราสะกดผิดละ ทางเวบก็จะแนะนำคำใกล้เคียงให้ครับ
  4. ต้องลองเล่นดูครับ – Seeing is believing! นะครับ


แล้วคุยกันอีกครับ

ดร.สิระ สุทธิคำ

Articles

TOEFL 03: ความหมายของสำนวน “Have ants in your pants?”

Q: เรียน ดร.สิระ – ขอบคุณที่คัดเลือกคำถามให้ตอบ เป็นบทความ ต้องขอรบกวน ดร.สิระอีกสัก 1 คำถามค่ะ ดิฉันไปอ่านเอกสารพบคำ “Have ants in your pants?” ถ้าจะแปลตรงตัวคือ มดอยู่ในกางเกง แต่จากข้อมูลที่อ่าน ไม่น่าจะใช่ คิดว่าน่าจะเป็นสำนวน แต่ไม่ทราบว่าแปลว่าอะไร และใช้ในโอกาสใด? ขอบคุณค่ะ – คุณ Junya

ความหมายของ have ants in your pants คือ?

ให้นึกถึงตอนที่มดเข้ามากัดเราในเสื้อผ้า เราก็คงไม่สามารถหยุดนิ่งได้เลยนะครับดังนั้น have ants in your pants หมายถึง

1. วิตกจริต หรือ หงุดงิด เช่นประโยคนี้

  • This child just can’t sit still; she must have ants in her pants.

2. ไม่สามารถรอได้แล้ว – เราสามารถใช้สำนวนนี้สำหรับเรื่องราวที่ตื่นเต้นได้เช่นกัน

3. สำหรับความหมายโบราณหน่อย – อยากจะหมายถึงความอยากมีความสัมพันธ์ทางเพศด้วย เช่นประโยคนี้

  • Bill’s got ants in his pants for Rita.

แล้วคุยกันอีกครับ
ดร.สิระ สุทธิคำ

Articles

TOEFL 02: รายละเอียดของข้อสอบ TOEFL iBT

จุดมุ่งหมายของ TOEFL
TOEFL เป็นข้อสอบที่ใช้ประเมินความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษของผู้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง ในช่วงปี 2006 ประเมินว่าจะมีผู้ที่สมัครสอบข้อสอบ TOEFL กว่า 700,000 คน เราจึงสามารถกล่าวได้ว่า TOEFL เป็นการสอบทางภาษาที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด และข้อสอบ TOEFL ได้ใช้เป็นต้นแบบสำหรับข้อสอบอื่นรวมทั้งข้อสอบ CU-TEP, TU-GET, IELTS รวมทั้งข้อสอบภาษาอังกฤษของ ก.พ.

โครงสร้างของข้อสอบ
ข้อ สอบ TOEFL iBT วัดความสามารถการใช้ภาษาใน 4 ทักษะคือ Reading, Listening, Writing, และ Speaking (ข้อสอบรูปแบบ iBT ยากกว่าข้อสอบเดิมมากหากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://www.550up.com

ข้อสอบ TOEFL iBT ได้เปลี่ยนไปจากข้อสอบ TOEFL CBT และ TOEFL PBT มาก มีการเพิ่มข้อสอบวัดทักษะในการพูดแบบเสนอผลงาน (presentation) และการทดสอบทักษะการใช้ภาษาหลายอย่างพร้อมกัน (integrated task) โดยมีรูปแบบของข้อสอบดังนี้

Reading เป็นการวัดความสามารถในการอ่าน

  • 3 เรื่อง (39 ข้อ)
  • 60 นาที
  • คะแนน 0-30
  • ข้อสอบ TOEFL ในส่วนการอ่านมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมน้อยมาก ได้นำโจทย์ประเภทสรุปใจความมาใช้เป็นครั้งแรก และให้คะแนนในบางข้อสูงถึง 3-5 คะแนน

Listening เป็นการวัดความสามารถในการฟัง

  • ประกอบด้วยข้อสอบ 2 ประเภท
    • Academic Lecture 4 เรื่อง จำนวน 24 ข้อ
    • Campus Conversation 2 เรื่อง จำนวน 10 ข้อ
  • 60 นาที
  • คะแนน 0-30
  • มีการเปลี่ยนแปลงข้อสอบจากเดิมบ้าง เช่นบทสนทนาแบบสั้นถูกตัดออกทั้งหมด, มีการนำสำเนียงอื่นที่ไม่ใช้สำเนียง American มาทดสอบ, และการนำโจทย์ประเภทการสื่อความหมายมาทดสอบเป็นครั้งแรกด้วย

Writing เป็นการวัดความสามารถในการเขียน

  • ประกอบด้วยข้อสอบ 2 ประเภท
    • Integrated Reading + Listening จำนวน 1 ข้อ
    • Independent จำนวน 1 ข้อ
  • 55 นาที
  • คะแนน 0-30 โดยมีคะแนนดิบ (raw score) สำหรับแต่ละงานเขียนระหว่าง 1-5 คะแนน
  • เพิ่มข้อสอบประเภท Integrate taskซึ่งยากสำหรับนักเรียนไทยที่ไม่ถนัดการเขียนในเชิงวิเคราะห์และต้องใช้ ทักษะในการ
  • อ่านและฟังเข้ารวมด้วย (หลักสูตรของ Kendall สามารถช่วยคุณได้อ่าน http://www.550up.com

Speaking เป็นการวัดความสามารถในการพูด

  • ประกอบด้วยข้อสอบ 3 ประเภท
    • Independent จำนวน 2 ข้อ
    • Integrated Reading + Listening จำนวน 2 ข้อ
    • Integrated Listening จำนวน 2 ข้อ
  • 20 นาที
  • คะแนน 0-30 โดยมีคะแนนดิบ (raw score) สำหรับแต่ละการพูดระหว่าง 1-4 คะแนน
  • ผู้ออกสอบได้กล่าวอ้างว่าข้อสอบ Speaking เป็นข้อสอบที่เป็นระบบใหม่แบบ “ยังไม่ถอดด้าม” (New! Everything) แต่หลายข้อมีความคล้ายคลึงกับข้อสอบ TSE (Test of Spoken English) ซึ่งสถาบัน Kendall จะนำมาประยุกต์ใช้ในหลักสูตร TOEFL iBT ของสถาบันเพื่อให้ผู้เรียนทำคะแนน TOEFL ได้สูงอีกเช่นเคยครับ 🙂

แล้วคุยกันอีกครับ
ดร.สิระ สุทธิคำ