Your browser (Internet Explorer 6) is out of date. It has known security flaws and may not display all features of this and other websites. Learn how to update your browser.
X
Articles

TOEFL 14: วิธีเตรียมตัวเสนอผลงาน – แบบมืออาชีพ!

เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ผมได้รับคำถามจากนักเรียนที่ Kendall ที่ได้เดินมาสอบถามผมหลังจากเลิกเรียน ด้วยความสนใจ ผมเห็นว่าคำถามดังกล่าวเป็นคำถามที่ดี จึงอยากจะนำเสนอให้กับชาว EnglishThailand ทั้งหมดครับ

Q: ผมไม่ค่อยมั่นใจเวลาเสนอผลงานเป็นภาษาอังกฤษ อาจารย์สิระมีข้อแนะนำอะไรบ้างครับ?

หลายคนอาจจะรู้สึกกดดันเมื่อต้องนำเสนอผลงานต่อหน้าผู้คน 😥

สำหรับ สมาชิกชาว EnglishThailand ที่มีประสบการณ์ไม่ค่อยดีกับการนำเสนอผลงาน

ผมใคร่ขอให้มั่นใจได้ว่า…

  • “พรสวรรค์อาจจะมีผลต่อทักษะในการพูดในที่สาธารณะสำหรับคนจำนวนหนึ่ง หากแต่คนส่วนใหญ่ต้องเรียนรู้, ใช้ประสบการณ์ รวมทั้งมั่นฝึกฝนเพื่อให้สามารถนำเสนอผลงานได้เป็นที่ประทับใจ”

และจงคิดว่า…

  • การเสนอผลงานที่ดีเป็นโอกาสที่จะให้ฝ่ายบริหารเห็นความสามารถและคุณค่าของเรา
  • การเสนอผลงานที่ดีเป็นสิ่งที่จำเป็นและไม่สามารถเลี่ยงได้ (ดังนั้นห้ามคิดกับตัวเองว่าถ้าเราทำงานดีแล้วซักวันเจ้านายก็จะเห็น แต่ถ้าเจ้านายไม่เห็น เราก็น้อยอกน้อยใจและเกิดความอิจฉากับเพื่อนร่วมงานที่ได้โอกาสที่ดีกว่า)
  • การเสนอผลงานที่ดีเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน
  • และการเสนอผลงานที่ดีเป็นทักษะที่สามารถเรียนรู้ได้

ดังนั้นวันนี้ผมใคร่เสนอทิปที่ผมอ่านจาก Internet มาเพื่อให้พวกเราลองอ่านดูนะครับ

How to prepare a presentation

  1. Have a strong opening sentence to capture your audience.
  2. Hand out at least one piece of paper.
  3. Respect your audience.
  4. Use humor, it helps.
  5. Eye contact is very important
  6. Speak to the audience, do not read.
  7. Practice, it pays.
  8. Speak slowly and leave gaps for questions


สำหรับข้อที่ 2 นั้นสำหรับบางสำนักก็บอกว่าไม่ควรจะส่งเอกสารให้ผู้เข้าฟังจนกว่าจะเสนอผลงานเสร็จเพราะจะทำให้ผู้ฟังไม่สนใจผู้พูด ในบางครั้งผู้ฟังก็อ่านล่วงหน้า หรือไม่แย่กว่านั้นก็เริ่มคุยกัน

สำหรับตัวผมเองไม่มี fast and hard rule(กฏที่ตายตัว) ในเรื่องดังกล่าว!

หากแต่คิดว่าขึ้นอยู่กับความเหมาะสมเช่น…

  • การเสนอผลงานนี้ใหญ่มากน้อยแค่ไหน?
  • ต้องการการมีส่วนร่วมมากน้อยเพียงไหนจากผู้ฟัง?
  • ข้อมูลที่นำเสนอซับซ้อนมากน้อยแค่ไหน?

ด้วยตัวแปรดังกล่าวจึงเป็นการกำหนดความเหมาะสมว่าควรจะส่ง handout ให้ผู้ฟังหรือไม่

ข้อ 4 และข้อ 8 จำเป็นอย่างยิ่งหากต้องการความสนใจจากผู้ฟัง หากแต่เป็นทักษะที่ฝึกฝนได้ยากสำหรับหลายคนดังนั้นผมจึงคิดว่าไม่จำเป็นสำหรับผู้พูดทุกท่าน

ส่วนข้อ 3 นั้น ผมยังจำได้เลยครับถึงตอนที่ผมเคยไปฝึกเรียน Public Speaking หนึ่งในเทคนิคโบราณนี้ก็สอนให้ว่าให้ผู้พูดนึกว่าผู้ฟังเป็นหมาเป็นแมว 555

ดังนั้นเราก็จะไม่เกิดความประหม่าและสร้างความมั่นใจให้กับผู้พูดยิ่งนักเพราะทั้งหมาและแมวไม่สามารถฟังรู้เรื่องและไม่รู้ว่าที่เราพูดนั้นถูกหรือผิด

แต่ความคิดดังกล่าวนั้นเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องยิ่งนักเพราะถ้าเราไม่เคารพผู้ฟัง เราก็ไม่เตรียมตัวให้ดี และการนำเสนอผลงานในครั้งนั้นจะไม่มีความสุขหรือความภูมิใจอะไรทั้งสิ้นเลย นะครับ 555

สำหรับข้อที่ 1, 5, 6 และ 7 นั้นมีความสำคัญมากนะครับ แล้ววันหลังผมจะมาเล่าให้ฟังถึงข้อ 1 วิธีที่ท่านรองประธานาธิบดี Al Gore ใช้เปิดการพูดในที่สาธารณะเกี่ยวกับ global warming ที่สามารถเรียกร้องเสียงฮาได้อย่างถล่มทลายในการไปให้อ่านครับ

แล้วคุยกันอีกครับ

ดร.สิระ สุทธิคำ

  • รออยู่น่ะค่ะอาจารย์ อยากอ่านวิธีพูดของท่าน Al Gore ค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

    Nuchjaree

    January 10, 2010

  • Dear Dr.Sira
    Thank you for your past 2 mails. I enjoyed reading and learning from them. Your sharp idea can empower me to try to learn English again after I’ve necessarily ignored it for a long time. I’m very busy on my job but I’ll try hard to learn from you. Firstly,I think I have no necessity to further my study because I’m going to retire from the job in 5 next years.(This makes you know my age.) But who’ll know the future? I may walk in some U’s to take docterate course after my retirement because of your inspiration.
    Thank you so much again for your kindness.
    Tattaya Yachompoo.

    Tattaya

    February 21, 2010

  • คุณ Tattaya,

    ขอบคุณสำหรับความสนใจครับ

    ดร.สิระ สุทธิคำ

    sira123

    February 23, 2010

  • สวัสดค่ะ อ. สิระ

    ดิฉันติดตามบทความของอาจารย์มาโดยตลอด มีประโยชน์มากค่ะ
    วันนี้มีเรื่องที่จะเรียนถามอาจารย์ถึงความแตกต่างในการใช้คำเหล่านี้ค่ะ เพราะเกิดความสับสนว่าจะใช้คำไหนดี เวลาที่เราอยากจะบอกเขาว่า เราดีใจที่ได้เจอ เรามีความยินดีที่จะแจ้งให้ทราบ เรายินดีที่จะช่วยบริจาค ซึ่งคำเหล่านี้เป็นความยินดีทั้งหมด รบกวนอาจารย์ช่วยไขข้อข้องใจด้วยค่ะ
    I’m happy.. I’m glad.. I’m please, I’m delight..
    ใช้คำไหนกับอะไรดีคะ
    ขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ
    ปทุมพร

    Pathumporn

    July 13, 2010

  • อาจาร์ยค่ะขอเปลี่ยนเป็น email นี้นะค่ะ

    Poou

    July 20, 2010

  • ได้รับข้อความแล้วค่ะ เป็นประโยชน์ต่อการศึกษามากค่ะ จะหาโอกาสไปเรียนด้วยนะคะ อยู่ในระหว่างการจัดสรรเวลาและวางแผนอนาคตอยู่ค่ะว่าจะไปเรียนภาษาที่ประเทศไหนดีค่ะ

    anchalee

    August 2, 2010

  • ขอบคุณ ดร.สิระ สุทธิคำ ครับที่กรุณาแบ่งปันความรู้

    ไมตรี สุนทรวรรณ

    ไมตรี สุนทรวรรณ

    August 2, 2010

  • อาจารย์คะ ดิฉันกำลังจะเตรียมตัวสอบ defense วิทยานิพนธ์ เป็นภาษาอังกฤษ

    อาจารย์พอจะช่วยแนะนำการเตรียมตัวในเรื่องภาษา ตัวอย่างประโยคที่ควรใช้
    หรือเรื่องอื่นๆ ที่จำเป็นได้ไหมคะ

    ขอบพระคุณมากค่ะ

    ขอให้สิ่งศักดิ์ คุ้มครองอาจารย์ ให้มีสุขภาพแข็งแรง เป็นที่รักของนร.ตลอดไป

    Nirinthorn Mesupnikom

    August 2, 2010

  • คุณ Nirinthorn,
    ยังไม่มีครับ ผมขออวยพรล่วงหน้าครับ

    คุณไมตรี,
    ยินดีครับ

    คุณ Anchalee,
    ยินดีครับ ติดต่อ 02-245-6355
    เพือสอบถามก่อนได้ครับ

    sira123

    August 3, 2010

  • ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆค่ะ

    netnapa seangthong

    August 2, 2010

  • อาจารย์คะ หนูสามารถใช้คำแนะนำนี้ในงานพิธีกรของหนูได้มั้ยคะ
    คือว่าหนูไม่ค่อยมั่นใจในสำเนียงบางคำที่หนูพูดน่ะค่ะ
    อาจารย์พอจะมีวิธีการการออกเสียงให้ชัดบ้างมั้ยคะ

    netnapa seangthong

    August 2, 2010

  • ขอบคุณมากครับอาจารย์ ผมกำลังจะต้องพูดในวิชาสัมมนาที่ภาควิชาในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า คำแนะนำของอาจารย์เป็นประโยชน์มากๆเลยครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ

    Guninen

    August 2, 2010

Leave a comment  

name*

email*

website

Submit comment