Your browser (Internet Explorer 6) is out of date. It has known security flaws and may not display all features of this and other websites. Learn how to update your browser.
X

Archive for January, 2012

Articles

TOEFL 26: วิธีหลีกเลี่ยงกลโกงทาง Internet

สวัสดีครับทุกคน – ผม ดร.สิระ สุทธิคำ

โดยส่วนตัว ผมสั่งซื้อสินค้าทาง Internet ค่อนข้างบ่อย และรู้สึกว่าการสั่งซื้อดังกล่าวนั้นปลอดภัยมาก โดยผู้ซื้อจะได้รับการคุ้มครองจากทั้งธนาคารและบัตรเครดิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสั่งซื้อสินค้าแล้วสินค้าไม่มีการส่งมอบที่แท้จริงหรือสินค้าเสียหายระหว่างการจัดส่ง สามารถ claim ได้หมดครับ

หากแต่ว่าในโลกที่โสภาของเราก็มีเจ้าวายร้ายที่พยายามจะหลอกลองคนอื่นโดยการส่ง email เพื่อให้เรากรอกข้อมูลส่วนตัวให้

ดังนั้นวันนี้ผมขอนำเสนอบทความเพื่อช่วยพวกเราชาว EnglishThailand เรียนรู้เกี่ยวกับ Phishing (ออกเสียงเหมือนคำว่า Fishing เลยครับ เสมือนว่าเหล่าร้ายนี้มาล่อเหยื่อตกปลากับเราแต่เราเป็นปลานะครับ) หรือกลโกงทาง Internet เพื่อให้เราสามารถทำการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล

วิธีที่เหล่าวายร้ายนี้ใช้เป็นเทคนิคจิตวิทยาขั้นพื้นฐาน ซึ่งใช้ได้ผลกับมนุษย์มาทุกยุคทุกสมัยตั้งแต่ก่อนมี Internet เสียอีก และเทคนิคที่ใช้เป็นประจำมี 2 อย่างคือ

  • ความกลัว: หลายคนอาจจะได้รับการติดต่อจากธนาคาร(ปลอม)ว่าบัตรเครดิตของเราถูกล้วงข้อมูลไปและต้องรีบมาแก้รหัส (555 จะเป็นไปได้อย่างไรว่าธนาคารไม่ทราบรหัสของเราในเมื่อธนาคารเป็นผู้บริหารระบบ) หรือหากคุณไม่รีบแจ้งรหัสของ Gmail, Hotmail หรือ Yahoo ผู้ใช้บริการจะต้องปิด account ของคุณ (ผมได้รับ email แบบนี้บ่อยและก็ไม่เคยใส่ใจกับจดหมายประเภทนี้ทุกฉบับ ปัจจุบัน Gmail ของผมก็ยังใช้งานได้ดีอยู่เลยครับ)
  • ความโลภ: จะเป็นไปได้อย่างไรที่เราจะถูกลอตเตอรี่ในต่างประเทศ ในขณะที่เราไม่เคยซื้อมัน หรือมีจดหมายมาขอความช่วยเหลือจากเราให้ช่วยนำเงินและสมบัติมากมายออกจากประเทศที่ไกลพ้น แล้วเราตัวน้อยๆนี้จะไปช่วยอะไรพี่เค้าได้นะครับ เทคนิคนี้หากเป็นยุคก่อน Internet เราก็จะเรียกว่าเทคนิค “ตกทอง” ที่ผู้ที่จะหลอกจะสร้างมูลเหตุจูงใจว่าตนขาดเงินมากมายแต่นำทองหรือของมีค่าอื่นเพื่อมาเป็นประกันและขอแลกค่ารถกลับบ้านหรืออะไรทำนองนั้น หากแต่ผู้ที่เป็นเหยื่อหลงเชื่อละก็ เมื่อนำทองไปตรวจก็จะพบว่าเป็นของเก๊ 100% ผมจึงมักจะนึกถึงสุภาษิตที่ผมใช้เป็นประจำคือ

“If it’s too good to be true, it probably is.”

– อะไรที่มันดูดีเกินจริงมันก็เป็นของที่ดูเกินจริงครับ ซึ่งแปลว่าไม่จริงนะครับ

สุดท้ายนี้ผมอยากให้ชาว EnglishThailand มาเรียนรู้วิธีการจับกลโกงทาง Internet จากมหาวิทยาลัยชื่อดัง Carnegie Mellon University ซึ่งได้สร้างเกมส์สอนวิธีจำแนก domain พระเอกออกจากของผู้ร้าย หลังจากเล่นเกมส์เสร็จแล้วคุณอาจจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่อง Phishing ก็ได้ ดังนั้นไปเล่นเกมส์ online ได้เลยครับ


Articles

TOEFL 25: Principal และ Principle อันไหนแปลว่าครูใหญ่?

วันนี้เริ่มบทเรียนกันเลยนะครับ  😆

“Principal และ Principle อันไหนแปลว่าครูใหญ่?”

คำจำนวนหนึ่งที่เราไม่แน่ใจว่าจะสะกดอย่างไรจะถูกต้องยกตัวอย่างเช่นในภาษาไทยคำว่า อะไหล่, อาหลัย, อะไหล่, อาใหล่ หรืออีกมากมายที่เราคงเคยเห็นนะครับ (สำหรับคำตอบที่สะกดถูกต้องนั้นเป็นตัวที่หนึ่งนะครับ ดังนั้นหากเราออกเสียงต้องไม่พ้องเสียงกับคุณ “อา” นะครับเพราะเป็นแค่ “อะ” ครับ)

มาดูคำตอบกันครับ…

Guideline

Principal ใช้เรียกอาจารย์ใหญ่หรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงในองค์กร หรือทั้งอาจจะหมายถึงเงินต้นของดอกเบี้ยก็ได้ครับ และถ้าหากใช้เป็นคำ adj ก็จะแปลว่าเป็นหลักหรือมีความสำคัญครับ (prominence)

… ในขณะที่ Principle จะหมายถึงกฎกติกาหรือหลักการครับ

ดังนั้นเรามาทดสอบตัวเราดูกันนะครับ

Quiz

The [principal หรือ principle] talks often about the [principals หรือ principles]
that have guided him throughtout his career. That’s the [principal หรือ principle]
reason I do not enjoy spending time with him.

เฉลย

1. Principal – ครูใหญ่ครับ
2. principles – หลักการหลายข้อ
3. principal – เหตุผลหลัก [main reason]

จำง่ายครับว่า…

My PAL, the PRINCIPAL, believes in simPLE PRINCIPLES. ก็ได้ครับเพื่อนของฉันครูใหญ่เชื่อในหลักการที่เข้าใจง่ายๆ ครับ

 

แล้วคุยกันอีกครับ 🙂

ดร.สิระ สุทธิคำ


Articles

TOEFL 24: จะแสดงให้ผู้ฟังทราบว่าเรายังสนใจฟังเขาอยู่ต้องพูดเป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไร?

Q: ในภาษาไทยมีการใช้หางเสียง เช่น เวลาผู้ใหญ่พูดกับเรา เราก็พูดว่าค่ะหรือครับ เพื่อให้ผู้ใหญ่รับทราบว่าเรากำลังฟังท่านและใส่ใจสิ่งที่ท่านพูดอยู่ อาจารย์ ดร.สิระคะ ถ้าหนูคุยกับชาวต่างชาติ หนูจะพูดว่าอย่างไรคะ เพราะส่วนใหญ่หนูจะพยักหน้าเมื่อคู่สนทนาเป็นชาวต่างชาติเพราะไม่รู้จะพูด อย่างไร? – คุณ Nichamorn Jangsiri

เป็นคำถามที่ดีครับ 🙂

เราสามารถใช้ภาษาทางการมาร่วมด้วยเช่นสบตาผู้พูดหรือพยักหน้าอย่างที่คุณ Nichamorn ทำอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ดีครับ

สำหรับคำที่จะใช้เป็น filler ก็อาจจะใช้คำว่า…

  • Right.
  • That’s right.
  • That is a good idea.
  • Aha.
  • Yes.
  • Um.
  • รวมทั้ง Certainly., Wow และ Fantastic. ก็ได้ตามความเหมาะสมนะครับ

การมีส่วนร่วมในการสนทนาในสังคมอเมริกันมีความจำเป็นค่อนข้างสูง

ในเมืองไทยบางครั้งเราจะมีคำพูดว่า “อย่าไปเถียงผู้ใหญ่” ให้ตั้งใจฟัง(อย่างเงียบ) หากโดยวัฒนธรรมอเมริกาจะมองความเงียบในแง่ลบ เช่นไม่สนใจ, โกธร, โง่, ไม่รู้จะพูดอะไร, การปิดตัว หรือ แม้กระทั่งไม่จริงใจ ดังนั้นเมื่อพูดภาษาอังกฤษเราควรจะใช้ filler ให้เหมาะสมกับโอกาสครับ

หากแต่มี filler อยู่คำหนึ่งซึ่งได้รับความนิยมจากวัยรุ่นในอเมริกาอย่างมากคือคำว่า “y’know” ซึ่งมักจะพูดเมื่อจบท้ายประโยคนะครับ ผมเองก็รู้สึกขำทุกครั้งที่ได้ยินเด็กวัยรุ่นใช้สำนวนนี้

เพราะว่า (If) I have already known แล้ว จะมาเล่าให้ตูฟังอีกทำไมครับ?  :roll: 

คงคล้ายกับคำว่า มะ-หา-วิด-ทะ-ยา-ลัย ในเมืองไทยจะไม่มีคนออกเสียงแล้วนะครับ กลายเป็น มะ-หา-ลัย และคงกลายเป็น หมา-(อะ)ลัย ในที่สุดกระมั่งครับ 555

ผมอยากจัดตั้งชมรมคนออกเสียงภาษาไทยให้ถูกต้องรวมทั้งคำคำว่า “ปะ-ริน-ยา ดรี-โท-เอก” แทนที่จะเป็น จบ “ปอ-ตรี-โท-เอก” จังครับ สนใจเข้าร่วมชมรมลงชื่อในช่องคอมเมนท์ด้านล่าง

แล้วคุยกันอีกครับ  😀

ดร.สิระ สุทธิคำ