« 1960s กับ 1960’s – อันไหนถูก? | Home | วิธีใช้คำว่า “by the way” และ “on the way” »
Cold call คืออะไรคะ?
สวัสดีครับทุกคน – ผม ดร.สิระ สุทธิคำ
วันนี้ผมจะขอตอบคำถามที่คุณเพ็ญจันทร์ซึ่งมีคำถามถึงผมดังนี้
Q: อยากทราบว่า “cold call” เป็นวิธีการสอนอย่างหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกาไช่ไหมคะ มันคืออะไร? – คุณเพ็ญจันทร์ เจริญสุข
ผมขอตอบเป็นส่วนๆ ดังนี้นะครับ
Cold call คืออะไร?
คือ การที่อาจารย์เรียกผู้เรียนทำการเปิด case (สรุปเรื่องราวที่ได้อ่านในคืนก่อน) และในบางครั้งในแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับ case การเรียนในลักษณะกรณีศึกษานี้เดิมทีเป็นเอกลักษณ์ของ การเรียนที่โรงเรียนกฎหมาย ซึ่งต้องการให้ผู้เรียนสามารถรับรู้ข้อมูลจำนวนมากจากเหตุการณ์ในอดีตและ สามารถนำประสบการณ์จากผู้เขียนกรณีศึกษาและการได้ discuss ในห้องเรียนไปใช้ งานจริงเมื่อมาทำงานในสำนักงานกฎหมาย ในปัจจุบันการเรียนดังกล่าวได้มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายใน B-School หรือโรงเรียนทางด้านบริหารธุรกิจเพราะจะสามารถให้ผู้เรียนสามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์บริหารได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อนักเรียนท่านแรกได้กล่าวสรุป case เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อาจารย์ก็อาจจะ cold call นักเรียนคนที่สองว่าคิดอย่างไร จากนั้นอาจารย์ก็มักจะถามทั้งห้องว่ามีใครที่ไม่เห็นด้วยและเปิดโอกาสให้แสดง เหตุผล ซึ่งในหลายวิชา, การมีส่วนร่วมในห้องเรียนและแสดงความเห็นจะมีผลต่อคะแนนในเทอมนั้นอาจจะมาก ถึง 60% ซึ่งมากกว่าการทำข้อสอบและเขียน paper รวมกันก็ได้ครับ และการเรียนลักษณะดังกล่าวอาจจะทำให้นักเรียนต่างชาติหลายคนมีปัญหาและได้รับคะแนนน้อยในวิชาดังกล่าวได้
ประโยชน์ของ cold call คืออะไร?
โดย ส่วนตัวแล้วผมเห็นด้วยกับวิธีการเรียนหนังสือที่มีการใช้ cold call มาเป็นส่วนผสม เนื่องจากการเรียนการสอนในลักษณะดังกล่าวสามารถทำให้นักเรียนมีส่วนร่วมใน การเรียนได้อย่างมากเพราะการเรียนของ ผู้ใหญ่(ปริญญาโทหรือปริญญาเอก)นี้ บทเรียนก็มาจากความคิดของทั้งเพื่อนร่วมห้องและอาจารย์ นอกจากนั้นห้องเรียนที่มีการ cold call ก็จะเป็นการ “กึ่ง” บังคับให้ผู้เข้าเรียนเตรียมตัวมาก่อน เข้าเรียน ไม่ใช่มาเป็นเพียงแค่ “ผู้นั่งฟัง” เท่านั้น เราจะเห็นได้ว่าการเรียนโดยมี discussion นี้จะส่งเสริมให้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้เราฝึกฝนทักษะในการเสนอผลงาน, หัดทักษะในการเข้าของประชุม รวมทั้งฝึกทักษะการรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น หากนำ cold call มาใช้ได้อย่างถูกต้องและผู้เรียนมีความตั้งใจ การเรียนการสอนที่มี cold call นี้จะสนุกมากครับ (ไม่มีคนหลับแน่นอนครับ)
เทคนิคของผู้เรียนที่จะประสบความสำเร็จกับการเรียนแบบ cold call
ผู้ที่จะได้คะแนนสูงจากการเรียนที่มีการ cold call ควรปฏิบัติตัวดังนี้
ต้องอ่าน หนังสือล่วงหน้าก่อนค่อนข้างเร็ว อ่านเพื่อจับประเด็นใหญ่โดยดูหัวข้อหรือเป้าประสงค์ของการเรียนในครั้งนั้น อย่างเพิ่งสนใจในรายละเอียด
ควรจะ form กลุ่มเพื่อ discuss case ดังกล่าวก่อนเข้า “สนามรบ”
คนที่จะได้ คะแนนสูงไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่พูดมากที่สุด “พูดน้อย ต่อยหนัก” น่าจะสร้างความประทับได้ดีที่สุด พูดซัก 10-15% ของจำนวนครั้งเรียน
เตรียม 2-3 cases เป็นพิเศษที่จะเสนอเรื่องราวเป็นพิเศษ และอาสาที่จะ comment เมื่ออาจารย์ถามห้องเรียน
ในวันที่เรา พร้อมให้นั่งที่ระดับสายตาของอาจารย์จะได้มีโอกาสได้รับการเลือกให้พูดมาก ขึ้น และถ้าอาจารย์ถนัดขวาให้นั่งด้านซ้ายมือของอาจารย์เพราะจะเป็นตำแหน่งที่มี โอกาสที่อาจารย์จะเห็นเราได้ชัดสูงเมื่ออาจารย์หันกลับจากการเขียนกระดาน และในวันที่ไม่พร้อมให้ทำสิ่งที่ตรงกันข้าม 555
อย่าลืมทำบันทึกว่าเราได้พูดในวันไหนบ้างและให้คะแนนตัวเองทุกครั้งหลังการเรียนเพื่อจะทำให้เรารู้สึกกระตือลือร้นครับ
ฝึก อ่านไว (spead reading), ทักษะการเสนอผลงาน (presentation skill) และ ทักษะการพูดในที่สาธารณะ (public speaking) อาจจะเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการเรียนหนังสือที่มี case studies เป็นส่วนประกอบค่อนข้างมากครับ
ของแถมครับ – Warm call คืออะไร?
การ warm call อย่างที่ชื่อบอกนะครับว่ามันไม่ได้ cold (เยือกเย็น หรือใจจืดใจดำ) ในบางครั้งอาจารย์อาจจะรู้สึกว่ามีนักเรียนบางท่านไม่ค่อยได้พูดในห้องเรียน จงไม่สามารถที่จะให้คะแนนการมีส่วน ร่วมได้ อาจารย์อาจจะบอกชื่อผู้เรียนไปล่วงหน้าเลยว่าใครที่จะเป็นผู้เปิด case และ/หรือ ใครที่อาจารย์จะเรียกให้ discuss เป็นพิเศษ
แล้วคุยกันอีกครับ
ดร.สิระ สุทธิีคำ
Categories: ศึกษาต่อต่างประเทศ, ศึกษาต่อในประเทศไทย, เตรียมสอบ TOEFL, เรียนภาษาอังกฤษ |
10 Comments »
10 Responses to “Cold call คืออะไรคะ?”
Comments
« 1960s กับ 1960’s – อันไหนถูก? | Home | วิธีใช้คำว่า “by the way” และ “on the way” »


paan
Says:เรียน.. ดร. สุทธิคำ ครับ
ทำไมสถาบันkelldall ไม่ขยายสาขาไปยังต่างจังหวัดบ้างล่ะคับ อย่างเชียงใหม่ นะคับ เพราะจะสะดวกกว่าที่จะไปติวในกรุงเทพคับ
sira123
Says:คุณ Paan,
ขอบคุณสำหรับความสนใจครับ
สำหรับแผนการขยายนั้น Kendall ไม่มีทั้งในและต่างจังหวัด
… เพื่อ maintain คุณภาพของหลักสูตร เราจึงมีสาขาเดียวนะครับ
หากแต่ถ้าเดินทางจากเชียงใหม่มากรุงเทพเป็นช่วงๆ ก็สามารถทำได้ครับ
หากโอกาสเหมาะครับ :-)
kurobina
Says:ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ เป็นประโยชน์สำหรับดิฉันมากเลย
ขออนุญาติคัดลอกบทความไปใส่บล้อกนะคะ
sira123
Says:คุณ Kurobina,
ยินดีที่ชอบครับ
และขอบคุณที่ได้ขออนุญาตก่อนนะครับ
ยินดีให้คัดลอกครับ หากขอความกรุณาระบุ
ชื่อและแหล่งที่มาว่ามาจากผมและ http://www.EnglishThailand.com ด้วยครับ
panadda
Says:อยากรู็รายละเอียดเพิ่มเติมคะ
อยากเก่งกฏหมาย แบบภาษาอังกฤษ มีหลักสูตรหรือป่าวคะ
คิดค่อกลับด้วยนะคะ
sira123
Says:คุณ Pannadda,
หากสนใจเรียนกับผมติดต่อที่ 02-245-6355
ดร.สิระ สุทธิคำ
S.Kriss
Says:อาจารย์คะ ขอบคุณมากที่นำความรู้ใหม่ๆมาให้สมาชิก การติดตามการสอนของอาจารย์แบบนี้มีประโยชน์มากค่ะ
sira123
Says:คุณ S.Kriss,
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ
ดร.สิระ สุทธิคำ
Paphonphak
Says:เป็นความรู้รอบตัวที่มีประโยชน์มากค่ะ ขอบคุณที่ให้ความรู้ดีดีกับผู้ที่มีควารู้น้อยนะคะ
sira123
Says:คุณ Paphonphak,
ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์ครับ
ดร.สิระ สุทธิคำ