Your browser (Internet Explorer 6) is out of date. It has known security flaws and may not display all features of this and other websites. Learn how to update your browser.
X

Posts tagged ‘ibt’

Articles

TOEFL 44: ตารางเทียบคะแนน TOEFL iBT, TOEFL CBT และ TOEFL Paper

toefl-exam-usa

สวัสดีครับทุกคน – ผม ดร.สิระ สุทธิคำ

เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงในการเปรียบเทียบคะแนน TOEFL ในลักษณะข้อสอบที่แตกต่างกัน สถาบัน Kendall ได้รวบรวมข้อมูลเชิงเปรียบเทียบของข้อสอบทั้ง 3 ลักษณะคือ Internet-based, Computer-based, และ Paper-based ดังนี้

แหล่งอ้างอิง

- ETS http://www.ets.org/toefl

 

หากมีคำถามเพิ่มเติมหรือต้องการสมัครสอบ TOEFL หรือ TOEIC โทรหาผมที่ 02-245-6355

…โชคดีในการสอบนะครับ


ผู้อำนวยการโรงเรียนสอนภาษา ดร.สิระ

 

Articles

TOEFL 32: TOEFL iBT , CBT, PBT (Paper) vs. ITP ต่างและเหมือนกันอย่างไร?

Q: อาจาย์สิระ – ผมได้เคยอ่านบทความเก่าของอาจารย์เกี่ยวกับสัมมนา TOEFL iBT ในบทความดังกล่าวอาจารย์ได้กล่าวถึง TOEFL ITP ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าเป็นข้อสอบชุดเดียวกัน ไม่ทราบว่า TOEFL iBT และ TOEFL ITP ต่างกันอย่างไร ผมทราบว่า TOEFL ITP เป็น paper นะครับ ผมต้องการใช้คะแนน TOEFL เพื่อสมัคร Program Inter นะครับ ช่วยตอบผมด้วยครับ – คุณ  Thanabhorn Khemaluck

ข้อสอบ TOEFL ได้ถือกำเนิดมาเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้ว จึงได้รับรับความนิยมจากมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศเพื่อให้เป็นตัววัดความสามารถและทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษ ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้อสอบ TOEFL จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ โดยจะมี major change ประมาณทุก 5 ปีนะครับ

ดังนั้นวันนี้ผมจะมาเล่าให้คุณ Thanabhorn และชาว EnglishThailand กระจ่างเลยว่า TOEFL มันมีกี่รูปแบบกันครับ

TOEFL iBT (2006-ปัจจุบัน)
ข้อสอบดังกล่าวเป็นข้อสอบที่มีการบันทึกผลของการทำสอบผ่านทาง Internet และนี้ก็คือเจ้า “i” ตัวเล็กนั้นเองก็ย่อมาจากคำว่า Internet ข้อสอบชุดดังกล่าวเปลี่ยนแปลงจากข้อสอบชุดเดิมค่อนข้างมากโดยมีการเพิ่มทักษะการพูด และข้อสอบในลักษณะที่เป็น integrated tasks หรือข้อสอบที่ผู้ทำสอบต้องใช้ทักษะหลายอย่างผสมกันเช่น ฟัง+อ่าน+เขียน หรือ ฟัง+พูด

TOEFL CBT (2000-2006)
เป็นข้อสอบที่มีอายุการใช้งานที่สั้นที่สุดของ ETS (ETS=ผู้ออกข้อสอบ) มีการทดสอบในเรื่องของ การฟัง, อ่าน, grammar และ เขียน โดยมีการนำ technology “adaptive” จากข้อสอบ GMAT มาใช้รวมด้วย ข้อสอบ adaptive นั้นจะปรับตัวไปตามผู้ที่เข้าสอบหากผู้ทำสอบทำได้ถูกต้อง ข้อสอบที่ได้ก็จะยากขึ้นตามลำดับ หากแต่โอกาสที่จะได้คะแนนสูงก็มีมากตามไปด้วยเพราะทุกข้อไม่ได้มีคะแนนเท่ากัน หากตอบถูกในข้อยากจะได้คะแนนสูงกว่าข้อง่าย และนอกจากนี้เป็นยุคที่ผู้สอบทุกคนต้องสอบการเขียนหมด โดยไม่สามารถเลี่ยงที่จะไม่สอบได้ ผู้ทำสอบสามารถพิมพ์คำตอบลงในคอมพิวเตอร์หรือเลือกที่จะเขียนในกระดาษได้ ซึ่งจะแตกต่างจาก TOEFL iBT ที่ผู้สอบทุกคนต้องพิมพ์ลงคอมพิวเตอร์เท่านั้น

TOEFL PBT (1985-2000, 2008-ปัจจุบัน)
ข้อสอบแบบ Paper เป็นข้อสอบชุดมาตราฐานที่สร้างชื่อให้กับ TOEFL และ ETS เป็นอย่างมาก และข้อสอบดังกล่าวยังเป็นต้นแบบให้กับข้อสอบการวัดทักษะภาษาอังกฤษไม่ว่าจะเป็น IELTS, TOEIC, CU-Tep หรือ TU-Get ข้อสอบ TOEFL PBT จะประกอบด้วย 3 ส่วนคือ การฟัง, grammar, และ การอ่าน หากผู้สอบต้องการสอบการเขียนจะมีข้อสอบแยกที่เรียกว่า TWE หรือ ต้องการสอบการพูดจะต้องสอบ TSE เพิ่มเติม จะความสำเร็จของข้อสอบชุดดังกล่าวทำให้เราคุ้นเคยกันคะแนน 550 ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเกณฑ์(โหด)มาตราฐานที่เรายังพูดถึงอยู่เลยในวันนี้ถึงแม้คะแนนเต็ม TOEFL iBT จะเหลือเพียง 120 คะแนนแล้วก็ตาม คนก็มักจะเทียบคะแนนกลับมาเป็นคะแนนแบบ TOEFL PBT เพื่อจะได้คุยกับชาวบ้านทั่วไปรู้เรื่องนะครับ 555

TOEFL ITP (2005-ปัจจุบัน)
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของการสอบจาก TOEFL CBT เป็น TOEFL iBT เมื่อปลายปี 2005 ทาง ETS ก็ได้พยายามเสนอบริการใหม่โดยเน้นกับสถาบันการศึกษา, องค์กรขนาดใหญ่ รวมทั้งโรงเรียนสอนภาษาให้ใช้ข้อสอบ TOEFL ITP ซึ่งจะมีรูปแบบของข้อสอบเหมือน TOEFL Paper 100% โดยอาจจะมีข้อสอบบางข้อซ้ำกับ TOEFL PBT ด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นแผนการตลาดที่จะ recycle ข้อสอบที่ไม่ได้ใช้แล้วจาก iBT มาขายซ้ำอีกครั้งหนึ่งครับ หากแต่ผมเข้าใจว่า ITP ไม่ค่อยเป็นที่นิยมซักเท่าไรถึงแม้ค่าจัดสอบจะไม่สูงเมื่อเทียบกับ TOEFL iBT เนื่องจากคะแนนจาก TOEFL ITP ไม่สามารถนำไปใช้เป็นมาตราฐานในการสมัครเรียนทั่วไปหรือสมัครงานได้ ประกอบกับสถาบันการศึกษาและองค์กรขนาดใหญ่อาจจะใช้ข้อสอบชุดเติมวนไปวนมามากกว่าซื้อข้อสอบชุดใหม่จาก ETS ก็เป็นได้ครับ

ดังนั้นหากคุณ Thanabhorn เตรียมตัวเพื่อสอบ TOEFL ITP ก็สามารถศึกษารูปแบบของข้อสอบจาก TOEFL PBT (Paper based) ได้เลยครับ

แล้วคุยกันอีกครับ
ดร.สิระ สุทธิคำ


Articles

TOEFL 02: รายละเอียดของข้อสอบ TOEFL iBT

จุดมุ่งหมายของ TOEFL
TOEFL เป็นข้อสอบที่ใช้ประเมินความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษของผู้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง ในช่วงปี 2006 ประเมินว่าจะมีผู้ที่สมัครสอบข้อสอบ TOEFL กว่า 700,000 คน เราจึงสามารถกล่าวได้ว่า TOEFL เป็นการสอบทางภาษาที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด และข้อสอบ TOEFL ได้ใช้เป็นต้นแบบสำหรับข้อสอบอื่นรวมทั้งข้อสอบ CU-TEP, TU-GET, IELTS รวมทั้งข้อสอบภาษาอังกฤษของ ก.พ.

โครงสร้างของข้อสอบ
ข้อ สอบ TOEFL iBT วัดความสามารถการใช้ภาษาใน 4 ทักษะคือ Reading, Listening, Writing, และ Speaking (ข้อสอบรูปแบบ iBT ยากกว่าข้อสอบเดิมมากหากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://www.550up.com

ข้อสอบ TOEFL iBT ได้เปลี่ยนไปจากข้อสอบ TOEFL CBT และ TOEFL PBT มาก มีการเพิ่มข้อสอบวัดทักษะในการพูดแบบเสนอผลงาน (presentation) และการทดสอบทักษะการใช้ภาษาหลายอย่างพร้อมกัน (integrated task) โดยมีรูปแบบของข้อสอบดังนี้

Reading เป็นการวัดความสามารถในการอ่าน

  • 3 เรื่อง (39 ข้อ)
  • 60 นาที
  • คะแนน 0-30
  • ข้อสอบ TOEFL ในส่วนการอ่านมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมน้อยมาก ได้นำโจทย์ประเภทสรุปใจความมาใช้เป็นครั้งแรก และให้คะแนนในบางข้อสูงถึง 3-5 คะแนน

Listening เป็นการวัดความสามารถในการฟัง

  • ประกอบด้วยข้อสอบ 2 ประเภท
    • Academic Lecture 4 เรื่อง จำนวน 24 ข้อ
    • Campus Conversation 2 เรื่อง จำนวน 10 ข้อ
  • 60 นาที
  • คะแนน 0-30
  • มีการเปลี่ยนแปลงข้อสอบจากเดิมบ้าง เช่นบทสนทนาแบบสั้นถูกตัดออกทั้งหมด, มีการนำสำเนียงอื่นที่ไม่ใช้สำเนียง American มาทดสอบ, และการนำโจทย์ประเภทการสื่อความหมายมาทดสอบเป็นครั้งแรกด้วย

Writing เป็นการวัดความสามารถในการเขียน

  • ประกอบด้วยข้อสอบ 2 ประเภท
    • Integrated Reading + Listening จำนวน 1 ข้อ
    • Independent จำนวน 1 ข้อ
  • 55 นาที
  • คะแนน 0-30 โดยมีคะแนนดิบ (raw score) สำหรับแต่ละงานเขียนระหว่าง 1-5 คะแนน
  • เพิ่มข้อสอบประเภท Integrate taskซึ่งยากสำหรับนักเรียนไทยที่ไม่ถนัดการเขียนในเชิงวิเคราะห์และต้องใช้ ทักษะในการ
  • อ่านและฟังเข้ารวมด้วย (หลักสูตรของ Kendall สามารถช่วยคุณได้อ่าน http://www.550up.com

Speaking เป็นการวัดความสามารถในการพูด

  • ประกอบด้วยข้อสอบ 3 ประเภท
    • Independent จำนวน 2 ข้อ
    • Integrated Reading + Listening จำนวน 2 ข้อ
    • Integrated Listening จำนวน 2 ข้อ
  • 20 นาที
  • คะแนน 0-30 โดยมีคะแนนดิบ (raw score) สำหรับแต่ละการพูดระหว่าง 1-4 คะแนน
  • ผู้ออกสอบได้กล่าวอ้างว่าข้อสอบ Speaking เป็นข้อสอบที่เป็นระบบใหม่แบบ “ยังไม่ถอดด้าม” (New! Everything) แต่หลายข้อมีความคล้ายคลึงกับข้อสอบ TSE (Test of Spoken English) ซึ่งสถาบัน Kendall จะนำมาประยุกต์ใช้ในหลักสูตร TOEFL iBT ของสถาบันเพื่อให้ผู้เรียนทำคะแนน TOEFL ได้สูงอีกเช่นเคยครับ :-)

แล้วคุยกันอีกครับ
ดร.สิระ สุทธิคำ