Your browser (Internet Explorer 6) is out of date. It has known security flaws and may not display all features of this and other websites. Learn how to update your browser.
X

Posts tagged ‘speaking’

Post

TOEFL 53: อยากพูดภาษาอังกฤษ สำเนียงชัดๆ ต้องทำอย่างไร?

สวัสดีครับทุกคน – ผม ดร.สิระ สุทธิคำ

วันนี้คำถามน่าสนใจมากครับ

Q: สวัสดีครับ ดร.สิระ – ผมอยากออกเสียงภาษาอังกฤษใช้ชัดเจนโดยเฉพาะส่วนที่จะต้องพูด strong และ weak จะต้องทำอย่างไร? มีหลักการอย่างไร?คุณ Faoziyah Lochi

การพูดภาษาอังกฤษด้วยสำเนียงที่ดีเป็นสิ่ง ที่ต้องพัฒนาโดยใช้เวลาและความพยายามครับ เหมือนกับเด็กที่ต้องฟังแม่พูดเป็นหลายเดือนก่อนจะเปล่งเสียงคำว่าแม่ให้ทุก คนเข้าใจได้นะครับ การพูดด้วยสำเนียงหนึ่งสำเนียงใดนั้นเป็นการเลียนแบบต้นฉบับ ไม่มีกฎกติกาที่ชัดเจน สิ่งเหล่านี้มากโดยธรรมชาติ

หากแต่เป็นของ “ยากมาก” สำหรับนักเรียน ESL และผู้เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง


ผมจึงอยากแนะนำให้ลองเทคนิคต่อไปนี้


  • ฝึกฟังมากๆ ใช้เนตและ web ให้เป็นประโยชน์ได้เลยครับ 🙂
  • หาโอกาสสนทนาเป็นภาษาอังกฤษมากๆ
  • อัดเทปเสียงตัวเองเวลาพูด
  • หาซื้อหนังสือเกี่ยวกับ pronunciation มาซัก 2-3 เล่มแล้วก็ฝีกฝนครับ


สำหรับนักเรียนที่มาเรียนกับผมที่สถาบัน Kendall

ผมอยากแนะนำให้ใช้ Speaking Lab อย่างสม่ำเสมอเพราะ Lab ดังกล่าวจะเป็นการช่วยให้เราสามารถฝึกสำเนียงที่ดีได้อย่างรวดเร็วด้วยระบบ feedback ในทันทีเราจะทราบเลยว่าเราพูดได้ชัดเจนเหมือนเจ้าของภาษาหรือไม่? ประโยคต่อประโยค คำต่อคำ

การเข้าวัดทดสอบ ทักษะการพูดของเรากับข้อสอบประเภท TOEFL หรือ IELTS ก็เป็นทางเลือกที่ดีนอกจากจะเป็นแรงกระตุ้นทางให้เราอยากพัฒนาตนเองแล้ว, การวัดผลจะทำให้เราสามารถ break งาน task ใหญ่ให้เป็นชิ้นเล็กที่ย่อยง่ายขึ้นด้วย (แทนที่จะเป็นว่าเป้าหมายของฉันคืออยากพูดภาษาอังกฤษให้ได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ใหญ่และไม่สามารถวัดผลได้ และเป็นสาเหตุให้คนส่วนใหญ่ท้อแท้ก่อน) และเราอาจจะนำผลคะแนนไปใช้ในเรื่องอื่นได้ด้วยครับ


ผมขอให้พยายามและอดทนเหมือนนักเรียนที่ประสบความสำเร็จในรุ่นก่อนๆ แล้วผมจะเป็นกำลังใจให้ครับ

แล้วคุยกันอีกครับ

 

Articles

TOEFL 24: จะแสดงให้ผู้ฟังทราบว่าเรายังสนใจฟังเขาอยู่ต้องพูดเป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไร?

Q: ในภาษาไทยมีการใช้หางเสียง เช่น เวลาผู้ใหญ่พูดกับเรา เราก็พูดว่าค่ะหรือครับ เพื่อให้ผู้ใหญ่รับทราบว่าเรากำลังฟังท่านและใส่ใจสิ่งที่ท่านพูดอยู่ อาจารย์ ดร.สิระคะ ถ้าหนูคุยกับชาวต่างชาติ หนูจะพูดว่าอย่างไรคะ เพราะส่วนใหญ่หนูจะพยักหน้าเมื่อคู่สนทนาเป็นชาวต่างชาติเพราะไม่รู้จะพูด อย่างไร? – คุณ Nichamorn Jangsiri

เป็นคำถามที่ดีครับ 🙂

เราสามารถใช้ภาษาทางการมาร่วมด้วยเช่นสบตาผู้พูดหรือพยักหน้าอย่างที่คุณ Nichamorn ทำอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ดีครับ

สำหรับคำที่จะใช้เป็น filler ก็อาจจะใช้คำว่า…

  • Right.
  • That’s right.
  • That is a good idea.
  • Aha.
  • Yes.
  • Um.
  • รวมทั้ง Certainly., Wow และ Fantastic. ก็ได้ตามความเหมาะสมนะครับ

การมีส่วนร่วมในการสนทนาในสังคมอเมริกันมีความจำเป็นค่อนข้างสูง

ในเมืองไทยบางครั้งเราจะมีคำพูดว่า “อย่าไปเถียงผู้ใหญ่” ให้ตั้งใจฟัง(อย่างเงียบ) หากโดยวัฒนธรรมอเมริกาจะมองความเงียบในแง่ลบ เช่นไม่สนใจ, โกธร, โง่, ไม่รู้จะพูดอะไร, การปิดตัว หรือ แม้กระทั่งไม่จริงใจ ดังนั้นเมื่อพูดภาษาอังกฤษเราควรจะใช้ filler ให้เหมาะสมกับโอกาสครับ

หากแต่มี filler อยู่คำหนึ่งซึ่งได้รับความนิยมจากวัยรุ่นในอเมริกาอย่างมากคือคำว่า “y’know” ซึ่งมักจะพูดเมื่อจบท้ายประโยคนะครับ ผมเองก็รู้สึกขำทุกครั้งที่ได้ยินเด็กวัยรุ่นใช้สำนวนนี้

เพราะว่า (If) I have already known แล้ว จะมาเล่าให้ตูฟังอีกทำไมครับ?  :roll: 

คงคล้ายกับคำว่า มะ-หา-วิด-ทะ-ยา-ลัย ในเมืองไทยจะไม่มีคนออกเสียงแล้วนะครับ กลายเป็น มะ-หา-ลัย และคงกลายเป็น หมา-(อะ)ลัย ในที่สุดกระมั่งครับ 555

ผมอยากจัดตั้งชมรมคนออกเสียงภาษาไทยให้ถูกต้องรวมทั้งคำคำว่า “ปะ-ริน-ยา ดรี-โท-เอก” แทนที่จะเป็น จบ “ปอ-ตรี-โท-เอก” จังครับ สนใจเข้าร่วมชมรมลงชื่อในช่องคอมเมนท์ด้านล่าง

แล้วคุยกันอีกครับ  😀

ดร.สิระ สุทธิคำ

Articles

TOEFL 14: วิธีเตรียมตัวเสนอผลงาน – แบบมืออาชีพ!

เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ผมได้รับคำถามจากนักเรียนที่ Kendall ที่ได้เดินมาสอบถามผมหลังจากเลิกเรียน ด้วยความสนใจ ผมเห็นว่าคำถามดังกล่าวเป็นคำถามที่ดี จึงอยากจะนำเสนอให้กับชาว EnglishThailand ทั้งหมดครับ

Q: ผมไม่ค่อยมั่นใจเวลาเสนอผลงานเป็นภาษาอังกฤษ อาจารย์สิระมีข้อแนะนำอะไรบ้างครับ?

หลายคนอาจจะรู้สึกกดดันเมื่อต้องนำเสนอผลงานต่อหน้าผู้คน 😥

สำหรับ สมาชิกชาว EnglishThailand ที่มีประสบการณ์ไม่ค่อยดีกับการนำเสนอผลงาน

ผมใคร่ขอให้มั่นใจได้ว่า…

  • “พรสวรรค์อาจจะมีผลต่อทักษะในการพูดในที่สาธารณะสำหรับคนจำนวนหนึ่ง หากแต่คนส่วนใหญ่ต้องเรียนรู้, ใช้ประสบการณ์ รวมทั้งมั่นฝึกฝนเพื่อให้สามารถนำเสนอผลงานได้เป็นที่ประทับใจ”

และจงคิดว่า…

  • การเสนอผลงานที่ดีเป็นโอกาสที่จะให้ฝ่ายบริหารเห็นความสามารถและคุณค่าของเรา
  • การเสนอผลงานที่ดีเป็นสิ่งที่จำเป็นและไม่สามารถเลี่ยงได้ (ดังนั้นห้ามคิดกับตัวเองว่าถ้าเราทำงานดีแล้วซักวันเจ้านายก็จะเห็น แต่ถ้าเจ้านายไม่เห็น เราก็น้อยอกน้อยใจและเกิดความอิจฉากับเพื่อนร่วมงานที่ได้โอกาสที่ดีกว่า)
  • การเสนอผลงานที่ดีเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน
  • และการเสนอผลงานที่ดีเป็นทักษะที่สามารถเรียนรู้ได้

ดังนั้นวันนี้ผมใคร่เสนอทิปที่ผมอ่านจาก Internet มาเพื่อให้พวกเราลองอ่านดูนะครับ

How to prepare a presentation

  1. Have a strong opening sentence to capture your audience.
  2. Hand out at least one piece of paper.
  3. Respect your audience.
  4. Use humor, it helps.
  5. Eye contact is very important
  6. Speak to the audience, do not read.
  7. Practice, it pays.
  8. Speak slowly and leave gaps for questions


สำหรับข้อที่ 2 นั้นสำหรับบางสำนักก็บอกว่าไม่ควรจะส่งเอกสารให้ผู้เข้าฟังจนกว่าจะเสนอผลงานเสร็จเพราะจะทำให้ผู้ฟังไม่สนใจผู้พูด ในบางครั้งผู้ฟังก็อ่านล่วงหน้า หรือไม่แย่กว่านั้นก็เริ่มคุยกัน

สำหรับตัวผมเองไม่มี fast and hard rule(กฏที่ตายตัว) ในเรื่องดังกล่าว!

หากแต่คิดว่าขึ้นอยู่กับความเหมาะสมเช่น…

  • การเสนอผลงานนี้ใหญ่มากน้อยแค่ไหน?
  • ต้องการการมีส่วนร่วมมากน้อยเพียงไหนจากผู้ฟัง?
  • ข้อมูลที่นำเสนอซับซ้อนมากน้อยแค่ไหน?

ด้วยตัวแปรดังกล่าวจึงเป็นการกำหนดความเหมาะสมว่าควรจะส่ง handout ให้ผู้ฟังหรือไม่

ข้อ 4 และข้อ 8 จำเป็นอย่างยิ่งหากต้องการความสนใจจากผู้ฟัง หากแต่เป็นทักษะที่ฝึกฝนได้ยากสำหรับหลายคนดังนั้นผมจึงคิดว่าไม่จำเป็นสำหรับผู้พูดทุกท่าน

ส่วนข้อ 3 นั้น ผมยังจำได้เลยครับถึงตอนที่ผมเคยไปฝึกเรียน Public Speaking หนึ่งในเทคนิคโบราณนี้ก็สอนให้ว่าให้ผู้พูดนึกว่าผู้ฟังเป็นหมาเป็นแมว 555

ดังนั้นเราก็จะไม่เกิดความประหม่าและสร้างความมั่นใจให้กับผู้พูดยิ่งนักเพราะทั้งหมาและแมวไม่สามารถฟังรู้เรื่องและไม่รู้ว่าที่เราพูดนั้นถูกหรือผิด

แต่ความคิดดังกล่าวนั้นเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องยิ่งนักเพราะถ้าเราไม่เคารพผู้ฟัง เราก็ไม่เตรียมตัวให้ดี และการนำเสนอผลงานในครั้งนั้นจะไม่มีความสุขหรือความภูมิใจอะไรทั้งสิ้นเลย นะครับ 555

สำหรับข้อที่ 1, 5, 6 และ 7 นั้นมีความสำคัญมากนะครับ แล้ววันหลังผมจะมาเล่าให้ฟังถึงข้อ 1 วิธีที่ท่านรองประธานาธิบดี Al Gore ใช้เปิดการพูดในที่สาธารณะเกี่ยวกับ global warming ที่สามารถเรียกร้องเสียงฮาได้อย่างถล่มทลายในการไปให้อ่านครับ

แล้วคุยกันอีกครับ

ดร.สิระ สุทธิคำ